ชลบุรี-กรมเจ้าท่าจัดประชาพิจารณ์รอบ 3 ก่อนสรุปแผนแม่บทเสนอตั้งงบ1,000ล้านบาทแก้ปัญหาชายหาดจอมเทียนถูกน้ำทะเลกัดเซาะรุนแรง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 59 ที่สถานอบรมคริสเตียนแบ๊บติส ชายหาดจอมเทียนพัทยา กรมเจ้าท่าได้จัดการประชุมร่วมกับตัวแทนจากอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา ภาครัฐ เอกชน ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำเสนอรูปแบบและรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาวางแผนแม่บท และสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 3

นายธนวัฒน์ จารุวงศ์สกุล หัวหน้าโครงการฯ  กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการพบว่าชายหาดจอมเทียน มีปัญหาการกัดเซาะรุนแรง สาเหตุมาจากเรื่องการปรับเปลี่ยนของกระแสคลื่นและลมมรสุม รวมทั้งปัญหาเรื่องของโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นทำให้ตะกอนทรายถูกกระแสน้ำพัดออกจากชายฝั่งอย่างรุนแรง มีค่าความสูญเสียอยู่ที่ปีละกว่า 80,000 ลบ.ม. หากปล่อยไว้ในระยะ 25 ปี ก็จะทำให้ชายหาดหายไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรงในอนาคต ซึ่งงคณะผู้จัดทำได้ร่างแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดจอมเทียนไว้หลายแนวทาง

กระทั่งล่าสุดจากการสอบถามความคิดเห็นและการสนับสนุนจากภาคประชาชนในพื้นที่ พบว่าร้อยละ 79.37 เห็นชอบให้มีการดำเนินการในรูปแบบที่ 5 ซึ่งนอกจากจะมีการเสริมทรายในระยะ 35 เมตรแล้วยังจะมีการก่อสร้างหัวหาด 1 จุด เขื่อนกันคลื่นจำนวน 3 จุด คันดักทรายจำนวน 2 จุด และการจัดทำลานสวนสาธารณะอีกด้วย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อการท่องเที่ยวทั้งนี้ แผนการดังกล่าวหลังจากที่ได้ทำการก่อสร้างหัวหาดและแนวกันคลื่นแล้วเสร็จ ก็จะดำเนิน การเสริมทรายในพื้นที่ที่มีปัญหารุนแรงจากช่วงพื้นที่ชายหาดบริเวณหน้าโรงแรมพัทยาปาร์คไปจนถึงปากคลองนาจอมเทียน ในระยะทางยาวกว่า 7 กม. รวมทั้งการจัดสร้างสวนสาธารณะความยาว 1.6 กม. ซึ่งตามโครงการนี้จะใช้ทรายทั้งสิ้นจำนวนกว่า 1.5 ล้านลบ.ม. และงบประมาณในการดำเนินโครงการกว่า 995 ล้านบาท ในระยะเวลาการทำงานรวม 2 ปี 4 เดือน โดยในขั้นตอนของการปฏิบัตินั้นจะมีการเสริมทรายในทุกระยะ 200 เมตรจากจุดเริ่มของโครงการไปจนกว่าจะแล้วเสร็จเพื่อลดผลกระทบกับประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ สำหรับกรณีการเสริมทรายชายหาดนั้นมีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับกรณีของการจัดหาแหล่งทรายที่จะนำมาใช้ในการเสริมชายหาด ซึ่งกรณีนี้ทางคณะผู้จัดทำได้ทำการออกหาข้อมูลและแหล่งทรายที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งพบแหล่งทรายขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานเหมาะสมใกล้เคียงกับพื้นที่ชายหาดเดิม โดยจะเป็นแหล่งทรายใต้ทะเลที่ความลึกกว่า 20 เมตร บริเวณเกาะลางเกวียน ห่างจากฝั่งประมาณ 11 กม. หรือห่างจากเกาะล้านประมาณ 13 กม. ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ใช้ทรายที่นำมาเสริมในพื้นที่ชายหาดพัทยา ซึ่งพบว่ามีประมาณเพียงพอต่อการใช้งานได้ในระยะหลายปีอย่างไรก็ตามสำหรับการเสริมทรายชายหาดจอมเทียนหลังดำเนินการแล้วเสร็จในช่วง 3 ปีแรกย่อมเกิดผลกระทบจากการกัดเซาะเช่นเดิมเฉลี่ยปีละประมาณ 5 เมตร หลังจากพ้นระยะดังกล่าวสภาพชายหาดก็จะปรับสมดุลให้คงสภาพ ดังนั้นในช่วงทุกๆ 5 ปีคงต้องเตรียมแผนในการเติมทรายเพิ่มเติมประ มาณปีละ 1.2 หมื่น ลบ.ม.หรือประมาณ 1.27 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้หลังจากการประชุมร่วมผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในโครงการแล้วเสร็จก็จะได้นำแผนไปปรับแก้อีกครั้ง ก่อนนำเสนอไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อนำโครง การยื่นเสนอขออนุมติต่อภาครัฐบาลต่อไป.

Tags:

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Chinese (Simplified)EnglishThai