กระทรวงคมนาคม เดินหน้าเปลี่ยนโฉมหาดจอมเทียน และเตรียมพร้อมก่อนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์”

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2564 ณ เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดร.อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมก่อนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลางเดือนเมษายนนี้ และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึง ใน 2 จุด

โดยมี นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าให้การต้อนรับและรายงานสรุป ได้แก่ โครงการก่อสร้างเสริมชายหาดจอมเทียน ดำเนินการใน 2 ช่วง ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ร้านลุงไสวถึงซอยนาจอมเทียน และช่วงที่ 2 ซอยนาจอมเทียน 19 ถึงซอยนาจอมเทียน 11 รวมระยะความยาว 3,575 ม. ความกว้าง 50 ม. ใช้ทรายรวมประมาณ 634,817 ลบ.ม. พร้อมทั้งก่อสร้างแหล่งทรายสำรอง ความยาว 225 ม. มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2565

หากแล้วเสร็จจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ชายหาดจอมเทียนให้กลับมามีความสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างรายได้สู่ประเทศ โดยรัฐมนตรีช่วยฯ ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรีเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดและทยอยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งดูแลพื้นที่ก่อสร้างไม่ให้กระทบต่อทัศนียภาพของชายหาดและการท่องเที่ยว

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางน้ำร่วมเทศกาลสงกรานต์ 2464 ณ ท่าเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) จะเริ่มปฎิบัติงานตั้งแต่วันที่ 10-16 เม.ย.64 โดยบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอัตรากำลัง จนท. รวม 50 นาย ยานพาหนะรถยนต์ตรวจการ จำนวน 2 คัน เรือยนต์ตรวจการณ์ จำนวน 7 ลำ ออกตรวจตราเพื่อปราบปราบผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการเดินเรือ ควบคุม ดูแล อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรทางน้ำ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของเรือ ผู้ประกอบการเรือ ผู้ควบคุมเรือ และผู้โดยสาร ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยและมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส COVID-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2564 โดยเคร่งครัด

นายอธิรัฐ เน้นย้ำให้ จนท.ผู้ปฎิบัติงานต้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยในการดูแลนักท่องเที่ยว รวมทั้งมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 และให้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน และหมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือเจลล้างมือทุกครั้งที่ขึ้น-ลงเรือ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของนายเรือหรือผู้ควบคุมเรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเคร่งครัด

หากพบเห็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อปฎิบัติหรือเหตุร้ายต่างๆ ขอให้แจ้งมายังสายด่วน กรมเจ้าท่า ทางโทรศัพท์หมายเลข 1199

Tags:

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *